Bahrain 101 : 20 Dec 2015 - 25 Dec 2015
1. 20 ธันวาคม 2558 เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยความรักที่ทุกคนให้ไว้ กับน้ำตาที่เกือบท่วมสนามบิน ระหว่างนั่งเครื่องบิน ทำให้ได้รู้ว่า ฟังภาษาอังกฤษแบบแขก ๆ ไม่ออกเลย ไม่เข้าใจแอร์โฮสเตส ต้องถามซ้ำสองสามรอบ ม่ายยยยยยยยยยนะ จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงเนี่ย
2. 21 ธันวาคม 2558 เดินทางถึงกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน โดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบินที่ GF153 เวลา 00.30 น. ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง พี่ชุก ซึ่งเป็นลูกจ้างท้องถิ่นชาวไทย พูดภาษาได้ 6 ภาษาเป็นผู้มารับ และลากกระเป๋าอันหนักหน่วงลงจากสายพาน (น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 78.8 กิโลกรัม) และได้พบพี่พีกกับคุณพ่อ ผู้ซึ่งเดินทางกลับมาจากการท่องเที่ยวที่จอร์แดน จากนั้น เข้าพักที่โรงแรม Elite Crytal ในเขต Juffairs ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กับฐานทัพเรือสหรัฐฯ และแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ห้องพักกว้างขวาง ดีงามตามขนบ
3. 22 ธันวาคม 2558 ตื่นเช้าตามเวลาประเทศไทยซึ่งช้ากว่าที่บาห์เรน 4 ชั่วโมง แม้จะมาตะวันออกกลาง ก็ได้เกิดอาการอ่อนล้า Jetlag สวย ๆ ราวกับเดินทางไปทวีปยุโรป จากนั้นก็แต่งตัว กินข้าวเช้า และออกเดินทางไปสถานทูต และเนื่องจากทูตไม่อยู่ คนขับรถของทูตจึงเป็นคนขับรถของเรา วะ ฮะ ฮะ ฮ่า
4. คนขับรถท่านทูตคือ คุณโกโบทัน เป็นชาวอินเดีย มาจากกัลกัตตา มาอยู่ที่บาห์เรนได้ 11 ปีแล้ว อยู่กับสถานทูตไทยมาตลอด คุณพ่อคุณโกโบทันก็เป็นคนขับรถให้ท่านทูตไทยที่กัลกัตตา พอสถานทูตที่มานามาเปิด ก็ย้ายตามกันมา มาทั้งพ่อทั้งลูก แม้แต่พี่ชายหรือน้องชายคุณโกโบทัน ตอนนี้ก็ทำงานให้กับสถานทูตไทยที่อินเดีย ช่างดีงาม
5. ตอนกลางคืนยังไม่ค่อยเห็นบ้านเมืองเท่าไหร่ แต่พอตอนเช้าก็เห็นบรรยากาศอีกแบบนึง มันยังงงๆ อยู่ เมื่อวานยังอยู่ในเขตอากาศเขตร้อนอยู่เลย วันนี้มาอากาศหนาวราว 16 องศาเซลเซียส แดดจ้า บ้านเมืองเป็นสถาปัตกรรมอีกแบบหนึ่ง ไม่ค่อยมีต้นไม้ รู้สึกว่าทุกอย่างมัน surreal นี่เราอยู่ในตะวันออกกลางจริง ๆ รึเนี่ย ชีวิตดำเนินมาถึงจุด ๆ นี้ได้ยังไง ชีวิตคนมันช่างแปลกจริง ๆ ในชีวิตก่อนหน้านี้ มีคำว่าบาห์เรน ก็จากการแปลรายงาน U.S. TIP Report เกี่ยวกับการช่วยเหลือหญิงไทยที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ก็แค่นั้น มาวันนี้ นี่จะเป็นสถานที่อยู่ของเราในช่วง 4 ปีข้างหน้า ชีวิตกระทรวงการต่างประเทศมันก็เป็นแบบนี้
6. โมเม้นแรกที่เดินเข้าสถานทูตช่างน่าตื่นเต้น คนถามตั้งแต่ก่อนมาว่าตื่นเต้นมั้ย ตอบได้ตามตรงว่า ไม่ 555 มันเนือย ๆ งง ๆ แต่พอลงจากรถและก้าวเท้าเข้าสถานทูตแค่นั้น ตื่นเต้นเลย เดินทักทาย ปรากฏกาย ทำความรู้จักพี่ ๆ น้อง ๆ สถานทูต ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นความจริงขึ้นมาอีกนิดนึง ทุกคนน่ารักและอบอุ่นเป็นกันเอง
7. ในสถานทูตมีตำแหน่งข้าราชการ จำนวน 5 ตำแหน่ง และลูกจ้างท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ทั้งชาวไทย ชาวอินเดีย และชาวบาห์เรน โดยฝ่ายกงสุลก็จะเป็นสาว ๆ วัยเอ๊าะกันทั้งนั้น สวยงามสดใสน่ารัก พยามจะจำชื่อทุกคนให้ได้ เพราะยังไงก็คงจำได้ง่ายกว่าชื่อแขก
8. ความแขก 1 : ที่นี่ประชากรชาวอินเดียมีจำนวนมากเป็นอันดับสองของประชาการในประเทศบาห์เรน รองจากประชากรชาวบาห์เรน หรือบาห์เรนนี่ พนักงานตามโรงแรมห้างร้านต่าง ๆ จึงเป็นชาวอินเดีย มากมาย เรื่องมีอยู่ว่า ในเช้าของวันที่สองก่อนจะเดินทางไปสถานทูต ก็ตระหนักว่าลืมเอาอะแด๊บเตอร์หัวปลั๊กมาจากเมืองไทย (ของสำคัญมาก ลืมได้ไงไม่รู้) หัวปลั๊กที่นี่เป็นหัวปลั๊กสามขาเหลี่ยม ๆ แบบของอังกฤษ การจะเสียบปลั๊กหัวกลมของเครื่องหนีบผมจึงเป็นไปไม่ได้ ก็เลยโทรขอจากโรงแรม สักครู่นึง พนักงานชายที่ฟังจากสำเนียงแล้วเป็นชาวอินเดีย ก็นำหัวปลั๊กมาให้ แต่เป็นหัวปลั๊กที่ให้เอาหัวปลั๊กอังกฤษมาเสียบได้มากขึ้นซ้ายขวาบนล่าง ก็เลยต้องอธิบายว่า โน โน อันนี้ช้ายหม่ายด้ายหน่าคะ พนักงานชายดูท่าไม่เข้าใจ เลยต้องไปหยิบที่หนีบผม เอาปลั๊กมาทำท่าเสียบให้ดูว่ามันเสียบไม่ได้
9. พนักงานชายทำหน้าคิ้วขมวด รับหัวปลั๊กที่นำมาให้ พร้อมปลั๊กเครื่องหนีบผมไปจากมือ แล้วทันใดนั้น พนักงานชายก็พยามกดหัวปลั๊กกลม เน้น ปลั้กกลม 2 ขา เข้าไปให้เต้ารับอังกฤษที่มีสามขาและเป็นเหลี่ยม !!! ไม่ได้ทำเล่น ๆ ด้วย กดลงไปจริงจัง จะรออะไรคะ กรีดร้องสิคะ! กรีดร้องแล้วก็ยังไม่หยุดค่ะ พนักงานชายยังคงลองต่อไปกับเต้ารับด้านอื่น ๆ ซึ่งเหมือนกันหมด จะรออะไรคะ ต้องหยิบออกมาจากมือเลย ถ้าที่หนีบผมชั้นใช้ไม่ได้ ชั้นจะฆ่าแก๊!!
10. เมื่อความพยายามต่าง ๆ ไม่เป็นผล พนักงานชายก็จากไปและบอกว่าจะเอามาให้ใหม่ เงียบหายไปพักใหญ่ พนักงานชายก็กลับมา พร้อมหัวปลั๊กอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งใช้ไม่ได้ เพลียค่ะ เพลีย ล้มเลิกความมุ่งมั่นทุกประการ สรุปคือ วันนั้นไม่ได้ม้วนผมจ่ะ! โชคดีมีความงามสะสม ผมยังมีความม้วนงอพลิ้วไหว ตืนมาก็เป็นแบบนั้นเลย อุอิ ๆ
11. ความแขก 2 : เรื่องมีอยู่ว่า มาถึงได้สองสามวัน ยังไม่ได้กินอาหารแขกเลย มื้อแรกกินราดหน้าทะเล ที่ร้านอาหารไทย ชื่อ ชฎา อร่อย ดีงามเช่นกัน แต่พริกป่นไม่ค่อยเผ็ด อารมณ์ พริกป่นญี่ปุ่่น คือเป็นพริกป่นแต่กาย แต่รสชาติคือ ผงแป้ง เรื่องที่จะเล่าต่อไปไม่เกี่ยวอะไรเลยกับแขกหรืออาหารไทย
12. เรื่องมีอยู่ว่า พี่พีกพาไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารจีนชื่อ Hong Kong ในเขต Um Al Hassam ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนที่อร่อย และสถานทูตชอบไปกิน มีอาหารเด็ดคือ ซุปปลาต้มกับผักดอง โดยตามวิถีคนตะกละ ไปสามคน เราก็สั่ง ซุปปลา หม่าโผโตฟุ ผัดผักบ๊อกฉ่อย ขนมจีบ และหมูกรอบ (อาหารที่นี่จานใหญ่แบบอาหารตามร้านเมืองนอกที่ขายฝรั่งและแขก) สิ่งที่มาเสิร์ฟเป็นสิ่งสุดท้ายคือหมูกรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่พีกไม่เคยสั่งเลยสักครั้ง ขอให้นึกภาพหมูกรอบแบบหมูสามชั้น ที่มีหนังบางกรอบเอาไว้ในใจ
13. และแล้วหมูกรอบที่เรามุ่งหวัง ก็มาเสริฟ แต่นแตนแต้นนน คุณได้รับหมูทอดกรอบค่ะ เป็นหมูชิ้นเล็ก ๆ ที่ชุบแป้งทอด และมีกระเทียมมาด้วย กรอบมากจริง ๆ ไร้ข้อกังขาต่อความกรอบ แต่มันใช่เหรอคะ! สั่งมาแล้วก็ต้องกิน ก่อนกลับ ก็โวยวายใสๆ กับเจ้าของร้านนิดนึง ว่านี่มันคือหมูกรอบอัลไล ได้ความว่า ที่นี่เค้าเอาหมูเข้ามาแบบหมูแช่แข็ง แล้วหนังหมูจึงจะแข็งมาก ไม่สามารถทำเป็นหมูอบหนังกรอบในลักษณะนั้นได้ จบข่าว...ไร้ซึ่งหมูกรอบค่ะ ต้องบินไปกินที่ลอนดอน หรือไปกิน Crystal Jade สาขาอินเดีย เอ่อ...ไม่กินง่ายกว่ามั้ย เรื่องของหมูกรอบจึงจบลงเช่นนี้ no happy ending as always
14. 24 -25 ธันวาคม 2558 ฝนตก...ฝนตกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนาน ๆ ทีในประเทศแห่งนี้ และการมาเจอฝนในตะวันออกกลาง ก็เลยเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ดี ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบฝนเลย มันหมองหม่น จิตตก เปียกชื้น แต่การที่ฝนตกในมานามา ทำให้เมืองดูน่ารักขึ้น ดูน่าคุ้นเคย เหมือนยุโรปที่ฝนตก เย็น ๆ หนาว ๆ และความชื้นก็ทำให้รู้สึกว่าใกล้เคียงกับโลกเขตร้อน แต่ดูจากพยากรณ์อากาศ คืนนี้ฝนก็จะหยุดตกแล้ว โถ เมืองที่น่ารัก มาเร็วเคลมเร็ว แต่คนที่นี่เวลาฝนตก ก้ไม่เห็นกางร่มกัน คงไม่ชินและไม่ค่อยได้เตรียมตัว ถ้าปีนึงฝนตก 3 วัน ก็ไม่รู้จะพกร่มไปทำไม วันนี้เราเลยตากฝนทั้งวันเลย
2. 21 ธันวาคม 2558 เดินทางถึงกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน โดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบินที่ GF153 เวลา 00.30 น. ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง พี่ชุก ซึ่งเป็นลูกจ้างท้องถิ่นชาวไทย พูดภาษาได้ 6 ภาษาเป็นผู้มารับ และลากกระเป๋าอันหนักหน่วงลงจากสายพาน (น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 78.8 กิโลกรัม) และได้พบพี่พีกกับคุณพ่อ ผู้ซึ่งเดินทางกลับมาจากการท่องเที่ยวที่จอร์แดน จากนั้น เข้าพักที่โรงแรม Elite Crytal ในเขต Juffairs ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กับฐานทัพเรือสหรัฐฯ และแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ห้องพักกว้างขวาง ดีงามตามขนบ
3. 22 ธันวาคม 2558 ตื่นเช้าตามเวลาประเทศไทยซึ่งช้ากว่าที่บาห์เรน 4 ชั่วโมง แม้จะมาตะวันออกกลาง ก็ได้เกิดอาการอ่อนล้า Jetlag สวย ๆ ราวกับเดินทางไปทวีปยุโรป จากนั้นก็แต่งตัว กินข้าวเช้า และออกเดินทางไปสถานทูต และเนื่องจากทูตไม่อยู่ คนขับรถของทูตจึงเป็นคนขับรถของเรา วะ ฮะ ฮะ ฮ่า
4. คนขับรถท่านทูตคือ คุณโกโบทัน เป็นชาวอินเดีย มาจากกัลกัตตา มาอยู่ที่บาห์เรนได้ 11 ปีแล้ว อยู่กับสถานทูตไทยมาตลอด คุณพ่อคุณโกโบทันก็เป็นคนขับรถให้ท่านทูตไทยที่กัลกัตตา พอสถานทูตที่มานามาเปิด ก็ย้ายตามกันมา มาทั้งพ่อทั้งลูก แม้แต่พี่ชายหรือน้องชายคุณโกโบทัน ตอนนี้ก็ทำงานให้กับสถานทูตไทยที่อินเดีย ช่างดีงาม
5. ตอนกลางคืนยังไม่ค่อยเห็นบ้านเมืองเท่าไหร่ แต่พอตอนเช้าก็เห็นบรรยากาศอีกแบบนึง มันยังงงๆ อยู่ เมื่อวานยังอยู่ในเขตอากาศเขตร้อนอยู่เลย วันนี้มาอากาศหนาวราว 16 องศาเซลเซียส แดดจ้า บ้านเมืองเป็นสถาปัตกรรมอีกแบบหนึ่ง ไม่ค่อยมีต้นไม้ รู้สึกว่าทุกอย่างมัน surreal นี่เราอยู่ในตะวันออกกลางจริง ๆ รึเนี่ย ชีวิตดำเนินมาถึงจุด ๆ นี้ได้ยังไง ชีวิตคนมันช่างแปลกจริง ๆ ในชีวิตก่อนหน้านี้ มีคำว่าบาห์เรน ก็จากการแปลรายงาน U.S. TIP Report เกี่ยวกับการช่วยเหลือหญิงไทยที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ก็แค่นั้น มาวันนี้ นี่จะเป็นสถานที่อยู่ของเราในช่วง 4 ปีข้างหน้า ชีวิตกระทรวงการต่างประเทศมันก็เป็นแบบนี้
6. โมเม้นแรกที่เดินเข้าสถานทูตช่างน่าตื่นเต้น คนถามตั้งแต่ก่อนมาว่าตื่นเต้นมั้ย ตอบได้ตามตรงว่า ไม่ 555 มันเนือย ๆ งง ๆ แต่พอลงจากรถและก้าวเท้าเข้าสถานทูตแค่นั้น ตื่นเต้นเลย เดินทักทาย ปรากฏกาย ทำความรู้จักพี่ ๆ น้อง ๆ สถานทูต ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นความจริงขึ้นมาอีกนิดนึง ทุกคนน่ารักและอบอุ่นเป็นกันเอง
7. ในสถานทูตมีตำแหน่งข้าราชการ จำนวน 5 ตำแหน่ง และลูกจ้างท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ทั้งชาวไทย ชาวอินเดีย และชาวบาห์เรน โดยฝ่ายกงสุลก็จะเป็นสาว ๆ วัยเอ๊าะกันทั้งนั้น สวยงามสดใสน่ารัก พยามจะจำชื่อทุกคนให้ได้ เพราะยังไงก็คงจำได้ง่ายกว่าชื่อแขก
8. ความแขก 1 : ที่นี่ประชากรชาวอินเดียมีจำนวนมากเป็นอันดับสองของประชาการในประเทศบาห์เรน รองจากประชากรชาวบาห์เรน หรือบาห์เรนนี่ พนักงานตามโรงแรมห้างร้านต่าง ๆ จึงเป็นชาวอินเดีย มากมาย เรื่องมีอยู่ว่า ในเช้าของวันที่สองก่อนจะเดินทางไปสถานทูต ก็ตระหนักว่าลืมเอาอะแด๊บเตอร์หัวปลั๊กมาจากเมืองไทย (ของสำคัญมาก ลืมได้ไงไม่รู้) หัวปลั๊กที่นี่เป็นหัวปลั๊กสามขาเหลี่ยม ๆ แบบของอังกฤษ การจะเสียบปลั๊กหัวกลมของเครื่องหนีบผมจึงเป็นไปไม่ได้ ก็เลยโทรขอจากโรงแรม สักครู่นึง พนักงานชายที่ฟังจากสำเนียงแล้วเป็นชาวอินเดีย ก็นำหัวปลั๊กมาให้ แต่เป็นหัวปลั๊กที่ให้เอาหัวปลั๊กอังกฤษมาเสียบได้มากขึ้นซ้ายขวาบนล่าง ก็เลยต้องอธิบายว่า โน โน อันนี้ช้ายหม่ายด้ายหน่าคะ พนักงานชายดูท่าไม่เข้าใจ เลยต้องไปหยิบที่หนีบผม เอาปลั๊กมาทำท่าเสียบให้ดูว่ามันเสียบไม่ได้
9. พนักงานชายทำหน้าคิ้วขมวด รับหัวปลั๊กที่นำมาให้ พร้อมปลั๊กเครื่องหนีบผมไปจากมือ แล้วทันใดนั้น พนักงานชายก็พยามกดหัวปลั๊กกลม เน้น ปลั้กกลม 2 ขา เข้าไปให้เต้ารับอังกฤษที่มีสามขาและเป็นเหลี่ยม !!! ไม่ได้ทำเล่น ๆ ด้วย กดลงไปจริงจัง จะรออะไรคะ กรีดร้องสิคะ! กรีดร้องแล้วก็ยังไม่หยุดค่ะ พนักงานชายยังคงลองต่อไปกับเต้ารับด้านอื่น ๆ ซึ่งเหมือนกันหมด จะรออะไรคะ ต้องหยิบออกมาจากมือเลย ถ้าที่หนีบผมชั้นใช้ไม่ได้ ชั้นจะฆ่าแก๊!!
10. เมื่อความพยายามต่าง ๆ ไม่เป็นผล พนักงานชายก็จากไปและบอกว่าจะเอามาให้ใหม่ เงียบหายไปพักใหญ่ พนักงานชายก็กลับมา พร้อมหัวปลั๊กอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งใช้ไม่ได้ เพลียค่ะ เพลีย ล้มเลิกความมุ่งมั่นทุกประการ สรุปคือ วันนั้นไม่ได้ม้วนผมจ่ะ! โชคดีมีความงามสะสม ผมยังมีความม้วนงอพลิ้วไหว ตืนมาก็เป็นแบบนั้นเลย อุอิ ๆ
11. ความแขก 2 : เรื่องมีอยู่ว่า มาถึงได้สองสามวัน ยังไม่ได้กินอาหารแขกเลย มื้อแรกกินราดหน้าทะเล ที่ร้านอาหารไทย ชื่อ ชฎา อร่อย ดีงามเช่นกัน แต่พริกป่นไม่ค่อยเผ็ด อารมณ์ พริกป่นญี่ปุ่่น คือเป็นพริกป่นแต่กาย แต่รสชาติคือ ผงแป้ง เรื่องที่จะเล่าต่อไปไม่เกี่ยวอะไรเลยกับแขกหรืออาหารไทย
12. เรื่องมีอยู่ว่า พี่พีกพาไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารจีนชื่อ Hong Kong ในเขต Um Al Hassam ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนที่อร่อย และสถานทูตชอบไปกิน มีอาหารเด็ดคือ ซุปปลาต้มกับผักดอง โดยตามวิถีคนตะกละ ไปสามคน เราก็สั่ง ซุปปลา หม่าโผโตฟุ ผัดผักบ๊อกฉ่อย ขนมจีบ และหมูกรอบ (อาหารที่นี่จานใหญ่แบบอาหารตามร้านเมืองนอกที่ขายฝรั่งและแขก) สิ่งที่มาเสิร์ฟเป็นสิ่งสุดท้ายคือหมูกรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่พีกไม่เคยสั่งเลยสักครั้ง ขอให้นึกภาพหมูกรอบแบบหมูสามชั้น ที่มีหนังบางกรอบเอาไว้ในใจ
13. และแล้วหมูกรอบที่เรามุ่งหวัง ก็มาเสริฟ แต่นแตนแต้นนน คุณได้รับหมูทอดกรอบค่ะ เป็นหมูชิ้นเล็ก ๆ ที่ชุบแป้งทอด และมีกระเทียมมาด้วย กรอบมากจริง ๆ ไร้ข้อกังขาต่อความกรอบ แต่มันใช่เหรอคะ! สั่งมาแล้วก็ต้องกิน ก่อนกลับ ก็โวยวายใสๆ กับเจ้าของร้านนิดนึง ว่านี่มันคือหมูกรอบอัลไล ได้ความว่า ที่นี่เค้าเอาหมูเข้ามาแบบหมูแช่แข็ง แล้วหนังหมูจึงจะแข็งมาก ไม่สามารถทำเป็นหมูอบหนังกรอบในลักษณะนั้นได้ จบข่าว...ไร้ซึ่งหมูกรอบค่ะ ต้องบินไปกินที่ลอนดอน หรือไปกิน Crystal Jade สาขาอินเดีย เอ่อ...ไม่กินง่ายกว่ามั้ย เรื่องของหมูกรอบจึงจบลงเช่นนี้ no happy ending as always
14. 24 -25 ธันวาคม 2558 ฝนตก...ฝนตกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนาน ๆ ทีในประเทศแห่งนี้ และการมาเจอฝนในตะวันออกกลาง ก็เลยเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ดี ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบฝนเลย มันหมองหม่น จิตตก เปียกชื้น แต่การที่ฝนตกในมานามา ทำให้เมืองดูน่ารักขึ้น ดูน่าคุ้นเคย เหมือนยุโรปที่ฝนตก เย็น ๆ หนาว ๆ และความชื้นก็ทำให้รู้สึกว่าใกล้เคียงกับโลกเขตร้อน แต่ดูจากพยากรณ์อากาศ คืนนี้ฝนก็จะหยุดตกแล้ว โถ เมืองที่น่ารัก มาเร็วเคลมเร็ว แต่คนที่นี่เวลาฝนตก ก้ไม่เห็นกางร่มกัน คงไม่ชินและไม่ค่อยได้เตรียมตัว ถ้าปีนึงฝนตก 3 วัน ก็ไม่รู้จะพกร่มไปทำไม วันนี้เราเลยตากฝนทั้งวันเลย





Comments