Three days in London 1

ย้อนกลับมาเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวลอนดอน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่วัยรุ่นมากกกกก ใช้อีเนอจี้ไปสุด ๆ เริ่มจากต้องนั่งรถแท๊กซี่ไปขึ้นรชโค้ช (รถทัวร์มะ เรียกซะหรู) ตอนตีสี่สี่สิบห้า ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีสี่ กดปิดแล้วนอนต่ออย่างเป็นอัตโนมัติ พอตีสี่ครึ่ง ได้ยินเสียงพี่จี๋ว่า "รถกำลังจะมาแล้ว" ปุ่มตื่นทำงานทันที แบบว่า เฮ้ยยยย พระเจ้า รีบลุกไปแปรงฟันล้างหน้า เปลี่ยนชุด หยิบกระเป๋าแล้วเด้งตัวออกจากบ้านเลย

ต้องนั่งรถโค้ชสามชั่วโมง ก็หลับกันไป พอสว่าง ก็กินข้าวเช้า เป็นซูซิที่พี่จี๋กะพี่ตั้กซื้อมาเตรียมไว้วันก่อนเดินทาง มันแข็งมาก เหมือนไม่ได้กินอาหาร

กินวัตถุชนิดหนึ่ง มีหน้าตาคล้าย ๆ ซูซิ ไม่เต็มอิ่มในจิตใจอย่าแรงง แต่ก็ผ่านไปหนึ่งอิ่ม พอไปถึงก็เจอพี่ผึ้งที่มารับที่สถานี แต่พี่ตั้กทำแว่นตาหายในรถ ก็วุ่นวายกันไป เสร็จแล้วก็ไปสถานทูตฮังการี เพื่อขอวีซ่าเชงเก้น ก็ได้รับเรียบร้อยไม่มีปัญหา จากนั้น ก็เอากระเป๋าไปเก็บที่ กพ. หรือสถานทูต อันเป็นที่ที่ไปหลับนอน

แล้วก็รีบออกไปที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม วันนี้คนเยอะมาก เพราะจะมีการเดินแถวเปลี่ยนเวรทหาร ไปไม่ทัน เห็นตอนท้าย ๆ นิดนึง


นี่คือพระราชวังบั้คกิ้งแฮม





สวนสาธารณะแห่งพระราชินี นกกะเป็ดเยอะมาก แล้วก็เดินไปที่ เนชั่นแนลมิวเซียม อันนี้เป็นตู้โทรศัพท์ข้างหน้า ถ่ายไว้ ตามระเบียบนักท่องเที่ยว
เปลี่ยนมาให้ดูรูปพี่ผึ้งบ้าง ถ่ายหน้าเนชั่นแนลมิวเซียม แต่ไม่ได้เข้าไปดู



เสร็จแล้วก็ถึงเวลา ต้องไปต่อแถวขึ้นลอนดอนอาย มันอยู่ละแวกบิ๊กเบนด้วย
ถ่ายจากข้างบนลอนดอนอาย
บิ๊คเบนยามพระอาทิตย์ตกดิน หน้ามันมาก ดูวิวไปละกัน
พอลงมาก็ไปดูทาวเว่อร์ออฟลอนดอนยามค่ำคืน


มื้อเย็นไปกิน เป็ดที่ โฟร์ซีซัน เป็นการไปกินตามระเบียบนักท่องเที่ยวไทยเหมือนกัน

หมดแล้วหนึ่งวัน ตื่นตีสี่ เหนื่อยแทบบบบตาย

Comments

Anonymous said…
ขอบคุณมาก ๆ นะครับ

Popular posts from this blog

Miss you

It's better...

I wish I have enough strength to carry on.